05 Dec2019December 11, 2019
Post
โรคขาโก่ง  โรคที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกน้อย และวิธีป้องกัน

โรคขาโก่ง โรคที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกน้อย และวิธีป้องกัน

เมื่อพูดถึงความผิดปกติของลูกน้อย ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆคนเป็นแม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทุกเรื่อง  หากอาการผิดปกตินั้นส่งผลให้การใช้ชีวิตของลูกน้อยเปลี่ยนไป  เรื่องสำคัญต่างๆที่คนเป็นแม่ไม่ควรมองข้ามก็คงจะเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆวัน แม่ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายลูกอยู่ตลอด  หากมีข้อข้องใจควรปรึกษาแพทย์ทันที  โรคขาโก่ง ที่พบในเด็กที่กำลังหัดเดินถือว่าเป็นโรคที่ส่งผลให้ร่างกายของเด็กผิดปกติไปตลอดชีวิต  เรามาดูสาเหตุและวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้ลูกน้อยเป็นโรคขาโก่งกันค่ะ  สาเหตุของ โรคขาโก่ง เกิดจากอะไรได้บ้าง และมีวิธีป้องกันอย่างไร 1.สาเหตุจากธรรมชาติ   ขาโก่งแบบธรรมชาติแม่สามารถสังเกตได้จากการเริ่มตั้งไข่ของลูก  ขาของลูกจะยังไม่ตรงตามปกติเหมือนผู้ใหญ่ ขาของลูกจะมีลักษณะงอโก่งเล็กน้อยจากการที่ลูกคดตัวอยู่ในท้องแม่มาถึง 9 เดือน เมื่อลูกเริ่มหัดเดินลักษณะขาของลูกก็จะยืดแล้วค่อยๆตรงได้ตามปกติ 2.ขาโก่งที่ผิดปกติจากการเป็นโรค   เป็นโรคที่สามารถสังเกตได้เมื่อลูกอายุประมาณ3 ปี แล้วยังมีลักษณะขาโก่งอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของกระดูก หรือข้อต่อ หรือเป็นโรคต่างๆเช่น  โรคกระดูกเสื่อม  โรคกระดูกอ่อนซึ่งเป็นผลมาจากภาวะขาดวิตามินดี ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง เปราะ และแตกหักได้ง่าย จนทำให้ขาโก่งได้  โรคเบล้าท์  พบมากในเด็กที่มีภาวะอ้วน เด็กที่เริ่มหัดเดินเร็วเกินไป   โรคพาเจท เกิดจากร่างกายผิดปกติในการสร้างและสะลายกระดูก ทำให้กระดุกไม่แข็งแรง    ขาที่โก่งจะส่งผงให้ลูกเดินผิดปกติลักษณะใกล้เคียงกับเป็ดเดิน  แม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที  หากปล่อยลูกให้เกิดความผิดปกติไว้นานๆจะส่งผลให้ยากต่อการรักษา การดัดขาลูกแล้วจะไม่ทำให้ขาโก่งจริงไหม การดัดขาลูกทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยมีความเชื่อว่าดัดขาลูกตอนอาบน้ำในช่วงอายุตั้งแรกเกิดถึง2 ขวบจะทำให้ขาลูกไม่โก่ง  ความเชื่อนั้นในปัจจุบันมีคุณหมอบางท่านได้ออกมาพูดว่า การดัดขาลูกนั้นไม่มีส่วนช่วยให้ขาลูกหายโก่งได้ หากดัดขาไม่ถูกวิธีแถมจะทำให้ขาลูกผิดรูปหรือหักด้วยซ้ำ   เด็กขาโก่งที่โก่งตามธรรมชาติจะหายได้เองอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องดัด หากเด็กบางคนต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง การดัดก็ไม่สามารถทำให้โรคขาโก่งนั้นหายไปได้เช่นกัน โรคขาโก่งที่เกิดขึ้นนั้นต้องดูว่ามาจากสาเหตุไหน  แล้วพบแพทย์เพื่อแก้ปัญหาดีที่สุดค่ะ การรักษาโรคขาโก่งที่ผิดปกติ ให้เด็กสวมใส่อุปกรณ์ช่วยด้ามขาจากคุณหมอ วิธีนี้สามารถรักษาได้เฉพาะเด็กเล็กอายุ 3-7ปีเท่านั้นที่จะได้ผลมากที่สุด ใช้ยารักษาอาการและให้เด็กทานวิตามินดีและแคลเซียมที่เพียงพออีกด้วย รักษาโดยวิธีการผ่าตัด การผ่าตัด การผ่าตัดแบ่งเป็น2 แบบคือ  การผ่าตัดชักนำการเจริญเติบโตของกระดูก และการผ่าตัดกระดูกเข่า ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายหากต้องการได้รับการแก้ไขจริงๆ การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง  สังเกตความผิดปกติลักษณะร่างกายของลูกอยู่ตลอด ลักษณะขาที่ยังโก่งอยู่ของลูกในอายุใกล้ 3 ปี ถือว่าเป็นความผิดปกติ และส่งผลต่อการเดินของลูกเป็นสิ่งที่แม่สังเกตได้ง่ายๆ จึงควรพาลูกพบแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้นานจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้หรืออาจจะแก้ไขได้ยาก วิตามินดี ตามินดีช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกเป็นสิ่งสำคัญที่แม่อย่าให้ลูกขาด...

02 Dec2019December 11, 2019
Post
วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

ผู้ปกครองบางคนในสิงคโปร์อาจสงสัยว่าทำไมลูกของพวกเขาจึง ไม่อยากไปโรงเรียน ลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ว่าคุณจะช่วยสนับสนุนเขามากแค่ไหนก็ตาม หากสิ่งนี้มีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียนในทุกๆเช้า คุณต้องถามตัวเองและลูกว่า ทำไม? คุณเป็นเช่นนี้หรือไม่? ต้องทะเลาะกับลูกน้อยหรือมีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียน? ลูกของคุณร้องงอแงไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลและขอให้แม่อยู่ด้วยหรือไม่? แต่คุณเองก็ต้องไปทำงาน แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ? ทำไมลูกของคุณ ไม่อยากไปโรงเรียน เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ หาสาเหตุของปัญหา 1. การเจ็บป่วย หากลูกของคุณตื่นขึ้นมาบ่นว่าพวกเขาไม่อยากไปโรงเรียน ลูกคุณรู้สึกไม่สบายหรือไม่? ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านหากคุณรู้สึกไม่สบาย นี่อาจเป็นสาเหตุที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลก็เป็นได้ ดังนั้นควรเชคกับลูกให้ดีก่อนว่าลูกของคุณมีไข้หรือไม่? เจ็บคอหรือไม่ เขามีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือไม่? มีอาการคัดจมูกหรือมีอาการไอหรือไม่? ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ ดังนั้นถ้าลูกไม่อยากไปโรงเรียนเพราะสาเหตุว่าไม่สบาย 100% ก็ให้เขาพักผ่อนให้อยู่บ้าน 2. ความเหนื่อยล้า ถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ว่า: ลูกได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอหรือไม่? เขานอนหลับฝันดีไหม? ความจริงก็คือ เด็กที่เหนื่อย คือ เด็กที่ตื่นตัวอยู่เสมอ  การให้ความสำคัญในการสร้างกิจวัตรก่อนนอนในเชิงบวกที่ช่วยให้มั่นใจว่านอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อคืนอย่างเพียงพอ 3. ความกลัว ดูเหตุผลอันลึกซึ้งเมื่อลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน: ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนหรือไม่? โดยปกติแล้วเด็กที่ไม่มีปัญหาเรื่องการไปโรงเรียน แต่บางครั้งอาจเจอปัญหาอะไรบางอย่างที่ทนต่อการร้องไห้ไม่ได้ และไม่มีเหตุผล งานนี้คุณต้องหาว่าเหตุผลนั้นคืออะไร ลูกกลัวเด็กคนอื่นที่โรงเรียนหรือไม่? เด็กอันธพาลที่เที่ยวแกล้งคนอื่นมีได้ทุกรูปแบบและเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยของเด็ก อาจเจอการขู่และแกล้งของเด็กอื่น จนทำให้พวกเขากลัวได้ แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นจริงในโลกของเรา ให้คุณพูดคุยกับครูที่ดูแลเด็กเพื่อให้พวกเขาช่วยดูแลสถานการณ์ในห้องเรียนหากต้องการตรวจสอบว่าการรังแกเป็นต้นเหตุของความกลัวของเด็กหรือไม่ให้ถามคำถามทางอ้อมที่จะสร้างโอกาสให้ลูกของคุณแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่เธออยู่ที่โรงเรียน’บางสิ่งบางอย่าง’ นี้อาจเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อไปนี้ แต่ไม่จำกัดเพียง: เด็กคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือประสบกับการจับกุหรือการทำร้าย โรงเรียนต้องปิดตัวลงเพื่อความปลอดภัย ก่อนอื่น แก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของความวิตกกังวลของลูกเท่าที่คุณทำได้ก่อน เมื่อคุณได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว...

28 Nov2019December 11, 2019
Post
ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในภายหลังในชีวิต ด้วยความคิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องระวังสัญญาณเตือนและแทรกแซงทันเวลาเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง หากเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยนิสัยที่ไม่ดี พวกเขาก็จะโตมากับความก้าวร้าวรุนแรง  นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เมื่อเราพูดถึงวิธีการแก้ไข ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็ก ปัญหาพฤติกรรมนิสัยที่ไม่ดีมีลักษณะอย่างไร?? นิสัยจะเกิดขึ้นเมื่อเราย้ำพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจเกิดจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ นิสัยสามารถก่อให้เกิดพฤติกรรมครอบงำซึ่งควรได้รับการปฏิบัติโดยแพทย์หรือนักจิตวิทยา นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็ก นิสัยที่ไม่ดีบางอย่างในเด็กเล็กอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และชีวิตครอบครัว 1. ปล่อยให้ลูกกินขนมกรุบกรอบ ขนมหวาน อาหารที่ไม่มีประโยชน์มากไป ผู้ใหญ่ทุกคนรับรู้ได้ว่าอาหารชนิดไหนมีคุณค่าและมีประโยชน์สำหรับเด็ก การปล่อยให้ลูกกินขนมไม่มีประโยชน์ ของทอด ของมัน ๆ เช่น มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต ไอศกรีม ขนมที่มีรสหวาน ในปริมาณที่มากเกินไป หรือเอาใจให้ลูกกินทุกวันจะเป็นการทำร้ายสุขภาพร่างกายของลูกโดยไม่รู้ตัว การกินอาหารขยะเป็นนิสัยที่ไม่ดีที่พบได้บ่อยในทุกวันนี้ อันที่จริงมีเด็กที่ไม่ต้องการกินอะไรนอกจากอาหารจานด่วน ผลของนิสัยนี้คือโรคอ้วนในเด็กและความดันโลหิตสูงเป็นต้น เด็กบางคนเลือกกินอาหาร จะกินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด และบางคนยังเลือกกินแต่ของไม่มีประโยชน์เสียอีก ทำให้คุณต้องเครียดกลัวลูกจะได้รับสารอาหารไม่ครบในแต่ละมื้อ เพื่อให้ลูกน้อยหากจากนิสัยนี้ ให้เตรียมสูตรอาหารที่มีอาหารหลากหลายชนิดและดึงดูดความสนใจของลูก 2. ปล่อยให้ลูกกินหน้าทีวี การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารหน้าทีวีอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น สมองของเด็กที่มุ่งเน้นไปที่รายการทีวีโปรดของพวกเขาไม่ได้รับข้อความเมื่อพวกเขาเต็มทำให้นำไปสู่การกินมากเกินไป นอกจากนี้ช่วงบ่ายควรเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้นั่งคุยกันและพูดคุยเกี่ยวกับวันของพวกเขา “ เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง ถ้าเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยไม่ดี เขาหรือเธอก็จะมารับพวกเขาเช่นกัน” 3. พูดจาหยาบคาย  อาจเป็นเพราะได้ยินพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดไม่ได้ระมัดระวังคำพูด เลยทำให้ลูกจำและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เมื่อพวกเขาอยู่นอกบ้านเด็ก ๆ จะพูดคำหยาบต่อหน้าครูและผู้ใหญ่คนอื่น...

25 Nov2019December 3, 2019
Post
นิทาน สิ่งมหัศจรรย์ เสริมสร้างลูกน้อย

นิทาน สิ่งมหัศจรรย์ เสริมสร้างลูกน้อย

นิทาน เมื่อพูดถึงคำนี้เด็กๆจะมีความรู้สึกตื่นเต้นจะรีบวิ่งเข้ามาหาคุณแม่อย่างแน่นอน เด็กชอบการฟังนิทาน เพราะในนิทานมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมากมายสำหรับเด็กที่สามารถทำให้เด็กจินตนาการไปตามเรื่องราวของนิทานได้อย่างสนุกสนาน และมีความสุขในเวลาที่นิทานจบลง นิทานเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในครอบครัวที่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัวระหว่างพ่อแม่กับลูก จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและได้รับประโยชน์มากมายจากนิทาน นิทาน สามารถเสริมสร้างลูกน้อย อย่างไรบ้าง สร้างสมาธิให้กับลูกน้อย  การฟังนิทานคือการเอาใจจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ตัวเองฟัง จินตนาการไปกับนิทาน จึงเป็นสร้างสมาธิให้กับลูกน้อยได้อย่างดีทีเดียว สร้างจินตนาการความคิดสร้างสรรค์  การที่ลูกน้อยฟังนิทานโดยเฉพาะนิทานเรื่องใหม่ๆหรือเรื่องแปลกๆที่เด็กยังไม่เคยได้ฟัง ลูกก็จะจินตนาการถึงลักษณะของตัวละครต่างๆที่อยู่ในนิทาน  คิดสร้างสรรค์ตามเนื้อหาในนิทานที่พ่อแม่เล่าให้ฟัง การสร้างความอบอุ่น   การที่พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอนทุกคืน จะทำให้ลูกได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ทำให้รู้สึกอบอุ่น ลูกได้อยู่กับพ่อแม่และมีความสุขกับการเล่านิทานที่จบลง จะทำให้ลูกหลับสนิท ตลอดทั้งคืน ได้รับความรู้จากนิทาน   ในนิทานจะมีเรื่องราวต่างๆที่ลูกจะได้รับความรู้ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าการอาศัยอยู่ในที่ต่างๆของตัวละคร หรือลักษณะนิสัยต่างๆของตัวละคร ที่เป็นเรื่องใกล้เคียงกับชีวิตจริงของตัวละคร เช่น หมาป่าจะมีฟันที่แหลมคม  และในป่าลึกจะมีสัตว์ที่สามารถทำอันตรายให้กับคนได้ เรียนรู้ภาษาที่เหมาะสมตามพัฒนาการ   การเล่าถึงเนื้อเรื่องในนิทานเด็กสามารถจำคำพูดของพ่อแม่ที่เล่านิทานให้ลูกฟัง ได้อย่างง่ายๆจำภาษาที่ควรใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ในวัยเด็กที่กำลังหัดพูดเขาก็จะได้เรียนรู้ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว สร้างนิสัยรักการอ่าน  เมื่อทุกคืนพ่อแม่ได้เล่านิทานให้ลูกฟัง  ในเวลาต่อมาเขาจะชื่นชอบการอ่านหนังสือ เริ่มต้นการอ่านด้วยการเลือกนิทานที่ตนเองชอบมาให้พ่อกับแม่อ่านให้ฟัง เมื่อเขาได้มีโอกาสเลือกนิทานที่ตัวเองชอบบ่อยๆลูกก็จะมีนิสัยรักการอ่าน เมื่อลูกสามารถอ่านหนังสือได้เขาจะสนใจในหนังสือที่เขาชอบ แล้วเขาก็จะรักในการอ่านหนังสือ เสริมสร้างจริยธรรม   ข้อคิดดีๆในหนังสือนิทานคุณธรรม จะแสดงข้อคิดในการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆได้ดี  เมื่อเล่านิทานจบก็จะมีข้อคิดดีๆสอนอยู่ ลูกก็จะได้เรียนรู้และจดจำจริยธรรมจากนิทานได้อย่างง่ายดาย เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้ลูกช่างคิดช่างถาม  เมื่อลูกเกิดความคิดข้อสงสัยต่างๆในนิทาน เขาจะคิดและถามทันที เพื่อไขข้อสงสัยที่มีในตัวเขา เป็นการคิดตามนิทานแล้วเขาสามารถถามได้เลยเพื่อความอยากรู้ของตนเอง เมื่อในชีวิตประจำวันหากลูกสงสัยอะไรเขาก็กล้าที่จะถามเพื่อคลายข้อสงสัยได้อย่างง่ายๆโดยไม่มีความกังวล เทคนิคดีๆ ที่ลูกน้อยต้องชื่นชอบการเล่านิทานของพ่อแม่ การใช้น้ำเสียงที่น่าสนใจ เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงน้อยใหญ่ตามตัวละคร เปลี่ยนเสียงดังขึ้น เบาลง ให้เป็นที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจของลูก แสดงออกทางใบหน้า  ไม่ว่าตัวละครจะรู้สึกอย่างไร พ่อแม่ก็ต้องแสดงสีหน้าตามตัวละคร เพื่อให้ลูกเกิดความตื่นเต้นไปกับตัวละครเช่นกัน เลือกเนื้อหาที่มีความสั้นยาว...

21 Nov2019November 24, 2019
Post
นอนกรน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาของเด็ก

นอนกรน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาของเด็ก

นอนกรน เมื่อพูดถึงแล้วพ่อแม่บางท่านอาจดูแล้วเป็นเรื่องปกติ พ่อแม่บางท่านมักคิดว่า เมื่อลูกโตขึ้นอาการนอนกรนคงหายไป  เสียงพยายามหายใจครืดคราดหรือดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างขวางทางเดินหายใจของลูกอยู่ จึงเป็นเสียงที่พ่อแม่บางท่านวิตกกังวลบ้างไม่มากก็น้อย   แต่ก็มีพ่อแม่บางคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีความที่ผิดปกติที่เกิดกับลูกน้อยนั้น หากพ่อแม่สังเกตหรือเอาใจใส่ลูกตลอดเวลาจะทราบว่าอาการเหล่านั้นเป็นอาการที่ผิดปกติที่เกิดมาจากสาเหตุใด  ตามปกติแล้วการนอนหลับของลูกน้อยในยามค่ำคืน เป็นเวลาที่ลูกน้อยจะต้องหลับได้อย่างสนิทและเต็มอิ่ม  เมื่อเกิดอาการกรนขึ้นมาในตอนหลับจึงจะทำให้ลูกนอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก  อาการกรนที่เกิดขึ้นกับลูกน้อยอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำของลูกน้อยในแต่ละวัน เช่น การง่วงนอนในเวลากลางวัน ทำให้ความสุขในการดำรงชีวิตประจำวันของลูกน้อยลง  การกรนจึงถือว่าเป็นปัญหาด้านสุขภาพของเด็กเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องของปัจจัยหลายๆอย่างที่เป็นต้นเหตุให้ลูกนอนกรน มาทำความเข้าใจอาการ นอนกรน ของเด็ก ก่อนที่จะสายเกินแก้ สาเหตุของการนอนกรน เด็กที่เป็นหวัดบ่อยจะพบต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต  เป็นลักษณะต่อมโตที่ขัดขวางทางเดินหายใจของลูก  ต่อมอะดีนอยด์นี้พ่อแม่บางท่านยังสงสัยว่ามันคืออะไร ต่อมอะดีนอยด์เป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ด้านหลังของโพรงจมูก มีหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรคที่มีอยู่ในร่างกายกำจัดเชื้อโรคที่ผ่านเข้ามาทางระบบหารหายใจส่วนบนทำหน้าที่คล้ายกับต่อมทอนซิล โรคอ้วนในเด็ก  จะพบว่าจะมีแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป เกาะสะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจ เนื่องจากเด็กรับประทานอาหารที่เป็นประเภทแป้งและไขมันที่มากเกินไป เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด  ที่หาซื้อง่ายตามห้างสรรพสินค้า เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้  ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ในเด็ก จะมีอาการเยื้อบุในโพรงจมูกอักเสบทำให้บวมเกิดการอุดทางเดินหายใจ การเกิดโรคภูมิแพ้มักเกิดขึ้นง่ายๆกับสิ่งของเครื่องใช้รอบๆตัวเด็ก เช่น ไรฝุ่นบริเวณหมอน ที่นอน ผ้าห่มของเด็ก หรือภูมิแพ้จากอากาศที่เย็นหรือเด็กถูกน้ำฝน เด็กที่มีคางสั้น หรือโครงหน้าที่ผิดปกติ โดยกำเนิด เช่น  เด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม  ดาวน์ซินโดรมเป็นลักษณะของเด็กที่มีความพิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เมื่อเด็กคลอดออกมาจะมีลักษณะหน้าตาที่พิเศษมีหน้าตาคล้ายกันกับคนที่เป็นดาวน์ซินโดรมเหมือนกัน จะมีลักษณะใบหน้าที่สั้นและคางค่อนข้างที่จะสั้น เกิดจากพันธุกรรมที่พ่อแม่เด็ก นอนกรน ก็สามารถส่งต่อพันธุกรรมให้ลูกนอนกรนได้เหมือนกัน การรักษาอาการนอนกรนของเด็ก ในบางรายที่เด็กอ้วน ควรควบคุมอาหารและชักชวนให้เด็กออกกำลังกาย ให้เด็กมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ รักษาโดยการใช้ยา สเตียรอยด์และยา Montelukast การใช้ยาสามารถรักษาได้เฉพาะเด็กที่มีอาการไม่รุนแรง ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดต่อเนื่อง  รักษาในกรณีที่เด็กหยุดหายใจในตอนนอนหลับ ถือว่าเป็นอาการค่อนข้างรุนแรง วิธีผ่าตัด ตัดต่อมอะดีนอย์ที่โต...

18 Nov2019November 24, 2019
Post
ทำความเข้าใจกับ ความกลัว และความวิตกกังวลในวัยเด็ก

ทำความเข้าใจกับ ความกลัว และความวิตกกังวลในวัยเด็ก

ลูกของฉันดูเหมือนจะกลัวสิ่งต่าง ๆ มากมาย ฉันควรจะกังวลไหม เมื่อเวลาผ่านไปเด็กทุกคนมีประสบการณ์ความกลัว เพราะการสำรวจโลกในรอบตัวพวกเขามีประสบการณ์ใหม่ และเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ความวิตกกังวล ความกลัว เกือบจะเป็นส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเติบโตขึ้นมา ความกลัวเป็นเรื่องธรรมดาของเด็ก เราควรทำความเข้าใจ เพื่อแก้ไขอย่างถูกวิธี จากการศึกษาหนึ่งพบว่า 43% ของเด็กอายุวัย 6-12 ปี ความกลัวของเด็กวัยนี้จะค่อยๆพัฒนาจากสิ่งเพ้อฝันเป็นเรื่องจริงๆ ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลัวความมืดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในความมืดเป็นหนึ่งในความกลัวที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มอายุนี้ ดังนั้นความกลัวของสัตว์ เช่นสุนัขเห่า เด็กบางคนกลัวไฟไหม้ที่สูงหรือพายุฝนฟ้าคะนอง คนอื่นที่ใส่ใจในรายงานข่าวทางโทรทัศน์และในหนังสือพิมพ์มีความกังวลเกี่ยวกับการลักขโมยลักพาตัวหรือสงครามนิวเคลียร์ หากมีการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตในครอบครัวพวกเขาอาจกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคนรอบข้าง เกี่ยวกับโรคขี้กลัว บางครั้งความกลัวอาจรุนแรงมากและอาจทำให้พวกเขาพัฒนาเป็นโรคขี้กลัว เป็นความกลัวที่เกินเหตุและไม่มีเหตุผล  สามารถกลายเป็นแบบถาวรและทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญที่มีอิทธิพลและแทรกแซงกิจกรรมประจำวันของเด็ก ตัวอย่างเช่น ความหวาดกลัวของเด็กอายุ 6 ปีเกี่ยวกับสุนัขอาจทำให้เขาหวาดกลัวจนไม่ยอมออกไปข้างนอกเพราะอาจมีสุนัขอยู่ที่นั่น เด็กอายุ 10 ขวบอาจกลัวมากเกี่ยวกับรายงานข่าวของฆาตกรต่อเนื่องที่เขายืนยันในการนอนกับพ่อแม่ในตอนกลางคืน เด็กบางคนในกลุ่มอายุนี้พัฒนาความหวาดกลัวเกี่ยวกับผู้คนที่พวกเขาพบเจอในชีวิตประจำวัน ความเขินอายที่รุนแรงและเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนแปลกหน้า พวกเขาจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทางสังคม เช่น งานเลี้ยงวันเกิดหรือการประชุมลูกเสือและพวกเขามักจะพบว่าเป็นการยากที่จะพูดคุยกับทุกคนยกเว้นครอบครัวของพวกเขา ความวิตกกังวลแยกเป็นเรื่องปกติในกลุ่มอายุนี้ บางครั้งความกลัวนี้อาจรุนแรงขึ้นเมื่อครอบครัวย้ายไปอยู่ในย่านใหม่หรือเด็กถูกวางในสถานเลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้สึกอึดอัด เด็กเหล่านี้อาจกลัวการเข้าค่ายฤดูร้อนหรือแม้แต่เข้าโรงเรียน ความหวาดกลัวของพวกเขาสามารถทำให้เกิดอาการทางกายภาพ เช่นปวดหัวหรือปวดท้องและในที่สุดก็นำเด็กไปสู่โลกของตัวเอง กลายเป็นโรคซึมเศร้า เมื่ออายุประมาณ 6 หรือ 7 ขวบ ความกลัวจะพัฒนาไปสู่เรื่องของจิตใจมากขึ้น เมื่อเด็กพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับความตายความกลัวอื่น ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยการยอมรับว่าความตายจะส่งผลกระทบต่อทุกคนในที่สุดและไม่สามารถกลับคืนมาได้ความกังวลตามปกติเกี่ยวกับความตายที่อาจเกิดขึ้นของสมาชิกในครอบครัว – หรือแม้กระทั่งความตายของพวกเขาเอง การรักษาความกลัวและโรคกลัว โชคดีที่โรคขี้กลัวส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ โดยทั่วไปแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยทางจิตที่รุนแรงต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีของการรักษา อย่างไรก็ตามหากความวิตกกังวลของบุตรหลานของคุณยังคงมีอยู่และแทรกแซงความสุขในชีวิตประจำวันของเธอเธออาจได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคกลัว เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาโรคกลัว...

14 Nov2019November 19, 2019
Post
ทัศนคติ วิธีคิด และความเชื่อของลูก ที่คุณต้องรู้

ทัศนคติ วิธีคิด และความเชื่อของลูก ที่คุณต้องรู้

ลูกของคุณต้องเผชิญกับความท้าทายเมื่อต้องเรียน มันอาจจะเป็นมากกว่าแรงจูงใจหรือความยืดหยุ่น วิธีการของลูกของคุณอาจเป็นผลมาจากการมีสิ่งที่เรียกว่าความคิดการเจริญเติบโต คำนี้อธิบายว่าเด็กเผชิญกับความท้าทายและความพ่ายแพ้อย่างไร เด็กที่มีความคิดการเจริญเติบโตเชื่อว่าความสามารถของพวกเขาสามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา จากการเปรียบเทียบเด็กที่มีความคิดแน่วแน่ คิดว่าความสามารถของพวกเขาเป็นลักษณะนิสัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด คุณต้องศึกษาพฤติกรรม ทัศนคติ ความคิดของลูกน้อย เพื่อพัฒนาการให้ถูกทาง สำหรับเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้และความสนใจการมีความคิดในการเติบโตจะมีประโยชน์อย่างแท้จริง มันสามารถช่วยเด็ก ๆ (และผู้ปกครอง) ตัดสินว่าพวกเขาจัดการกับความท้าทายอย่างไร นอกจากนี้ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเภทของการสอนและการสนับสนุนที่สามารถช่วยให้เด็ก ๆ ประสบความสำเร็จมากขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดการเจริญเติบโตและการพัฒนาความคิดการเจริญเติบโตอาจมีความหมายต่อลูกของคุณ กรอบความคิดคืออะไร? กรอบความคิดมีการเจริญเติบโตสูงและได้รับรอบในขณะที่ได้รับการพัฒนา โดยศาสตราจารย์แครอล Dweck มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด Dweck และเพื่อนร่วมงานของเธอได้ทำการศึกษาหลายชุดที่พบว่าเด็ก ๆ ที่เผชิญกับความท้าทายต่างก็เชื่อว่าพวกเขาสามารถพัฒนาความสามารถของพวกเขาได้ เด็ก ๆ ที่ดึงความท้าทายกลับมาเชื่อว่าความสามารถของพวกเขาได้รับการแก้ไขแล้ว นึกภาพเด็กที่ดิ้นรนกับการเขียนและได้คะแนนต่ำในผลการเรียนล่าสุดของเธอ หากเธอมั่นใจว่าเธอ“ เขียนไม่ดี” และไม่มีงานใดเปลี่ยนแปลงได้เลย เธอจะแสดงความคิดที่แน่นอนและมีแนวโน้มที่จะหยุดพยายาม ถ้าเธอบอกว่าเธอมีปัญหาในการเขียน แต่พยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแสดงถึงทัศนคติและความคิดที่เติบโต แต่เด็กไม่สามารถจัดการกับความท้าทายได้ Dweck กล่าว นั่นเป็นหนึ่งในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความคิดในการเติบโต – ไม่ว่าคุณจะมีหรือไม่ชอบก็ตาม ในความเป็นจริงเราทุกคนมีการผสมผสานระหว่างความคิดแบบคงที่และเติบโตซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ที่เรามีและความคิดเห็นที่เราได้รับ การมีความคิดการเจริญเติบโตนั้นมีความหมายมากกว่าแค่การยอมรับความคิดเห็นและการเปิดใจกว้าง เด็กที่มีความคิดนี้จะรับฟังความคิดเห็นและสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้จากประสบการณ์และสร้างกลยุทธ์สำหรับการปรับปรุง พวกเขาเชื่อว่าแม้ว่าพวกเขาจะล้มเหลวในบางสิ่งพวกเขาก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้ ทำไมกรอบความคิดเจริญเติบโตมากกว่าความพยายาม ความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับความคิดในการเติบโต ก็คือมันเหมือนกับความพยายาม การรู้จักความแตกต่างสามารถช่วยให้ผู้ปกครองใช้การสนับสนุนแบบที่สามารถช่วยส่งเสริมความคิดการเติบโต บางครั้งผู้ปกครองคิดว่ามันช่วยยกย่องความสามารถของเด็ก ๆ หรือ“ ฉลาด” แต่ถ้าคุณพูดกับลูกว่า“ คุณเก่งคณิตศาสตร์จริง...

11 Nov2019November 19, 2019
Post
เคล็ดลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เคล็ดลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่

คู่มือการตั้งครรภ์และลูกน้อยของคุณในฐานะ พ่อแม่มือใหม่ คุณจะต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่งตั้งแต่การเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมไปจนถึงการอาบน้ำให้ลูกน้อยและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกและนี่คือคำแนะนำสั้นๆ เกี่ยวกับทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยของคุณในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งอาจจะเหนื่อยล้าเสียหน่อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักคุณก็จะมีความสุขกับการเลี้ยงลูก พ่อแม่มือใหม่ ควรศึกษาไว้ เพื่อที่จะเลี้ยงลูกน้อยอย่างถูกวิธี ทำความรู้จักกับลูกน้อย เราจะดูแลสายสะดือของทารกได้อย่างไร ทารกของเราเห็นได้มากแค่ไหน ทำไมอวัยวะสืบพันธุ์ของพวกเขาถึงบวม? ทารกแรกเกิดไม่ได้มาพร้อมกับคู่มือการใช้งานและคุณมีคำถามมากมายเกี่ยวกับพฤติกรรม ลักษณะที่ปรากฏของพวกเขา คุณจะพบคำตอบบางอย่างที่คุณต้องการเพื่อทำความรู้จักกับทารกแรกเกิดของคุณ การให้นมลูก หากคุณแม่ตัดสินใจที่จะให้ลูกน้อยด้วยนมแม่ นํ้านมจะเริ่มออกมาสม่ำเสมอขึ้น เมื่อนํ้านมแม่ที่ผลิตออกมาตรงกับความต้องการของลูก ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: ให้นมบุตร: สองสามวันแรก บรรเทาอาการเจ็บหรือหัวนมแตก ลูกน้อยของคุณได้รับนมเพียงพอหรือไม่ การอาบน้ำลูกของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องอาบน้ำลูกน้อยในช่วงสองสามวันแรก อาจล้างหน้า คอ มือและก้นของพวกเขาอย่างระมัดระวังแทน  เลือกเวลาที่ลูกน้อยของคุณตื่นตัว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าห้องนั้นอบอุ่นและเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า คุณจะต้องใช้อ่างน้ำอุ่น ผ้าเช็ดตัว สำลี ผ้าอ้อมและหากจำเป็นให้ทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วย ค้นหาวิธีการเลี้ยงและอาบน้ำให้ลูก วิธีเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อย ทารกต้องการการเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ อย่าทิ้งไว้ในผ้าอ้อมเปียกหรือสกปรกนานเกินไป เพราะอาจมีแบคทีเรียทำให้ผิวหนังแพ้และนำไปสู่ผื่นผ้าอ้อม ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: เปลี่ยนผ้าอ้อมของลูกน้อย วิธีป้องกันผื่นผ้าอ้อม ทารกร้องไห้ การร้องไห้เป็นวิธีที่ลูกน้อยบอกคุณว่าพวกเขาต้องการความสะดวกสบายและการดูแลเอาใจใส่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคิดออกสิ่งที่พวกเขาต้องการ ค้นหาสาเหตุที่ลูกน้อยของคุณร้องไห้และวิธีการปลอบลูก ช่วยให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับ เป็นเรื่องปกติที่เด็กทารกใหม่จะนอนเพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อครั้ง ตลอดทั้งคืน เช่นเดียวกับในช่วงกลางวัน เหตุผลหนึ่งคือเด็กทารกแรกเกิดยังไม่สามารถปรับเวลากลางวันและกลางคืนwfh ทารกเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงแรกๆ และพวกเขามีกระเพราะเล็กมาก...

07 Nov2019November 4, 2019
Post
ความสูงของลูก ที่แม่ๆ ต้องการ

ความสูงของลูก ที่แม่ๆ ต้องการ

ความสูงของลูก เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ยุคนี้ต้องการให้กับลูก หากหาซื้อได้พ่อแม่คงหาซื้อให้กับลูกไปแล้ว แต่ความสูงนั้นในเด็กบางคนก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะสูงถึงขนาดไหน  เด็กบางคนที่กำลังอยู่ในช่วงวัย2-3ขวบพ่อแม่ก็กังวลแล้วว่ากลัวลูกจะตัวเตี้ย เพราะพ่อแม่มักมองเปรียบเทียบจากเด็กคนอื่นในช่วงอายุเดียวกัน เมื่อสังเกตร่างกายของลูกแล้วเห็นถึงความผิดปกติที่อาจจะเตี้ยกว่าเพื่อน พ่อแม่จึงคิดมากวิตกกังวลกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในครอบครัวเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหา ความสูงของลูก  พ่อแม่ควรเอาใจใส่และส่งเสริมลูกในเรื่องต่างๆ ดังนี้ เรื่องของอาหารและนม  อาหารที่แม่จัดเตรียมให้ลูกทานเป็นประจำในช่วงอายุ9-16ปีจะเป็นช่วงที่กระดูกของลูกขยายตัวได้ดีที่สุดควรคำนึงถึงสารอาหารที่สามารถเพิ่มความสูงให้กับลูกได้ในช่วงนี้ด้วย นอกจากอาหาร5หมู่ที่ลูกจำเป็นต้องรับประทานแล้ว แม่ต้องควรเสริมอาหารที่เพิ่มความสูงให้กับลูกอีกด้วย ไข่และเนื้อสัตว์ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างแคลเซียมให้กับลูก หากให้ลูกได้ทานไข่และเนื้อสัตว์เป็นประจำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้ลูกสูงขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วก็ไม่ควรละเลยการดื่มนมโดยเด็ดขาด นมมีสารอาหารที่เป็นโปรตีนแถมยังมีแคลเซียมในการเสริมสร้างกระดูกได้ดีที่สุด  ที่สามารถเสริมสร้างกระดูกให้มีความแข็งแรงและพัฒนาความสูงในร่างกายของลูกได้ อย่าลืมให้ลูกดื่มวันละ 2 กล่อง 250 มิลลิลิตรขึ้นไปด้วยนะคะ เข้านอนเร็ว   การเข้านอนของเด็กตามปกติแล้วควรเข้านอนก่อน4ทุ่ม เพื่อให้โกรทฮอร์โมนได้ทำงานได้อย่างเต็มที่  โกรทฮอร์โมน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยสร้างความสูงและการเจริญเติบโตของร่างกายในด้านต่างๆเวลาที่ลูกหลับสนิทในช่วงตั้งแต่4ทุ่มเป็นต้นไป เมื่อลูกเข้านอนเร็วแล้วหลับสนิทตลอดทั้งคืน ก็จะทำให้โกรทฮอน์โมนนี้ทำงานได้อย่างเต็มที่ส่งผลให้ร่างกายของลูกเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ทำให้ลูกมีความสูงที่เพิ่มขึ้นด้วย การออกกำลังกายเพื่อความสูง  การออกกำลังกายของเด็กนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังจะสามารถเพิ่มความสูงให้ลูกอีกวิธีหนึ่งการออกกำลังกายประเภทกระโดดสูง หรือกระโดดเชือก ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มความสูง เพราะการออกกำลังประเภทดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการยืดกล้ามเนื้อบริเวณขาและกระตุ้นการหลังของโกรทฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้นเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นความเจริญเติบโตของร่างกายลูกอีกด้วย วิธีเพิ่มความสูงจากแพทย์ญี่ปุ่น สามารถทำได้ทุกวัย เป็นเทคนิคทางการแพทย์ของประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องทำเป็นประจำวันละ1นาที สั้นๆ ทำง่ายๆโดย  นั่งคุกเข่าแล้วโน้มตัวไปด้านหลังจนเหมือนการนอนราบ ยืดแขนขึ้นด้านบนราบกับพื้น ทำท่านี้ค้างไว้1นาที  สามารถทำให้กระดูกที่งอหรือคดกลับมาตรงได้เหมือนเดิม จะทำให้รู้สึกว่าสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ปรึกษาหมอ  หากเกิดความสงสัยในร่างกายของลูก ดูแล้วว่าลูกน่าจะตัวเตี้ยกว่าเพื่อนๆที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน อันดับแรกใช้คุณแม่วัดความสูงเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานในช่วงอายุของลูก หากความสูงนั้นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สามารถพาลูกเข้าพบคุณหมอเพื่อปรึกษาหาทางแก้ปัญหาความสูงของลูกได้เลย คุณหมอท่านจะสามารถแนะนำคุณแม่ได้อย่างถูกวิธีแน่นอนและเป็นวิธีที่ปลอดภัยสำหรับลูกอีกด้วย         ความสูงของลูก ที่คุณแม่ต้องการ มันเป็นสิ่งที่สามารถเปิดทางให้ลูกได้รับโอกาสดีๆในชีวิตในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเล่นกีฬา ในเรื่องของบุคลิกภาพ สามารถที่จะทำให้ลูกมีความโดดเด่นได้...

04 Nov2019November 4, 2019
Post
TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

วิธีการลงโทษลูก มีหลากหลายวิธี ยิ่งในปัจจุบันไม่ควรลงโทษด้วยวิธีการตี การดุว่าอย่างแรง เพราะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรุนแรงให้แก่เด็ก แล้วจะมีวิธีการทำโทษที่ไม่ตี ไม่ดุว่าแต่ได้ผลสยบเจ้าหนูได้บ้างไหมนะ Time out (การขอเวลานอก)  เป็นวิธีการที่ตอบโจทย์นี้ได้ นี่คือเคล็ดลับ วิธีการลงโทษลูก บางส่วนจาก American Academy of Pediatrics เด็กในวัยใดสามารถใช้วิธี Time out (การขอเวลานอก) ได้ 1. เตือนลูกก่อน ” ถ้าลูกไม่หยุด ลูกจะต้อง Time out (การขอเวลานอก)” ตามที่ตั้งกฏไว้ 2. ตั้งชื่อพฤติกรรมนี้ ( เช่น “ไม่ตี” ) 3. ให้ลูกของคุณไปยังสถานที่ที่เงียบสงบ เช่น มุมห้อง ที่ไม่ใช่ห้องนอนหรือห้องเด็กเล่น 4. เริ่มจับเวลา 1 นาทีสำหรับแต่ละปี ตัวอย่างเช่น: สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 2 นาที สำหรับ เด็กอายุ 3 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 3...