27 May2021June 15, 2021
Post
วิธี พาลูกตื่นเช้า อย่างมีความสุข

วิธี พาลูกตื่นเช้า อย่างมีความสุข

         การที่จะต้องตื่นเช้านั้นเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ หลายคนงอแง แต่จะทำอย่างไรได้ชีวิตของเขาตั้งแต่ช่วง 3 ขวบยาวไปจนประมาณ 18 ปี ต้องตื่นไปให้ทันเวลา 8.00 ของวันจันทร์ถึงศุกร์ มามองเรื่องนี้ให้เป็นการสร้างวินัยกันดีกว่า คุณพ่อคุณแม่จะได้มีแรงบันดาลใจช่วยกันนำเทคนิคเหล่านี้ไปช่วยปลุกลูกตื่นขึ้นมาทุกเช่าพร้อมความสดใส และนานไปเขาอาจกลายเป็นคนตื่นเช้ากันเลยก็ได้ มาเริ่มพาลูกตื่นเช้าอย่างมีความสุขไปพร้อมกันดีกว่า  มันต้องเริ่มตั้งแต่การ เข้านอน เด็กเล็กไม่คู้ควรกับการนอนดึกกันอยู่แล้ว เพราะว่าการนอนของเขายังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นพัฒนาการของร่างกายของเขาอยู่มาก การนอนของเขาควรมีบรรยากาศที่มืด สงบ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจกับเขา ถ้าในห้องมีโทรทัศน์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ที่อาจรบกวนการนอนของเขาพยายามเอาออกไปให้ไกลที่สุดจะดีกับการนอนของลูกค่ะ เริ่มต้นตอนเช้าด้วยเสียงที่แสนอบอุ่น แม้ว่าการพูดด้วยเสียงดังจะมีส่วนทำให้ลูกสะดุ้งตื่นง่ายขึ้น แต่ก็เชื่อเลยว่าการต้องตื่นด้วยอาการสะดุ้งนั้นน่าจะไม่ทำให้ลูกอารมณ์ดีเสียเท่าไรนัก ลองเปลี่ยนเสียงทักทายยามเช้าให้นุ่มนวล พยายามคิดประโยคที่จะทำให้เกิดการสื่อสารกับคุณและลูกเอาไว้ดีกว่า สิ่งเหล่านี้แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ความรู้สึกแรกของวันในความคิดลูกมีความสุขขึ้นไม่น้อยเลยนะคะ  เล่าเรื่องดี ๆ ให้เขาฟัง นอกจากคำทักทายที่นุ่มนวลและอบอุ่นแล้วการได้ตื่นขึ้นมาแล้วฟังเรื่องดี ๆ แต่เช้ามันก็ทำให้ทุกวันที่ตื่นมีความสุขขึ้นได้เหมือนกันนะคะ วิธีนี้ดีทั้งกับคุณพ่อคุณแม่เองและแน่นอนว่าดีกับใจเจ้าตัวเล็กด้วยค่ะ          เรื่องราวที่ว่าเป็นได้ทั้งแพลนการเที่ยวในวันหยุด เล่าถึงกิจกรรมและความสนุกที่ลูกจะได้เจอในวันเหล่านั้น อาจเพิ่มการสัมผัสอย่างอ่อนโยนช่วยให้เขาตื่นง่ายขึ้น ถือเป็นการกระตุ้นเขาทางอ้อม ชวนให้เขาลุกมาเตรียมของเพื่อรับความสนุก เชิญชวนด้วยประโยคที่น่าสนใจ เช่น ใครอยากกินของอร่อยยกมือขึ้น ใครพร้อมเที่ยวลุกออกมาเลย ใครอยากได้รางวัลตื่นเช้าไปอาบน้ำแต่งตัวกันดีกว่า เป็นต้น อาหารเช้าสำคัญกับทั้งร่างกายและจิตใจ       ไม่ว่าจะวัยไหนการได้ตื่นมากินข้าวอร่อย ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องราวดี ๆ ของวันอย่างแน่นอน พยายามหาเมนูใหม่ ๆ...

19 Dec2019December 23, 2019
Post
สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

สิ่งที่ลูกน้อยต้องทำให้ได้ เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน

ในปัจจุบันเด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียน  โดยมีอายุน้อยกว่าในอดีต เพราะพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องทำงาน บางครอบครัวหลังจากที่แม่คลอดลูกได้เพียงแค่  3 เดือน ก็นำลูกน้อยไปฝากเลี้ยงแล้ว เพราะพ่อกับแม่ต้องช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพ  บางครอบครัวคลอดลูกแล้วไม่มีปู่ย่าตายายที่ต้องช่วยเลี้ยงดู การส่งลูกน้อยเข้าสู่สถานรับเลี้ยงเด็กจึงเป็นวิธีที่ดูแลลูกได้ดีที่สุดสำหรับที่พ่อแม่สามารถทำได้ในยุคนี้   แต่เมื่อพูดถึงตามพัฒนาการที่เหมาะสมของเด็ก ที่สามารถเข้าสังคมและเรียนรู้ได้ดีนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป เป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเข้าเรียนในโรงเรียน  เพราะพัฒนาการของเด็กอายุ 2 ขวบสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ดีในสังคม  แต่เรื่องที่พ่อแม่ห่วงที่สุดในการเข้าโรงเรียน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวกับชีวิตของลูก จนลืมนึกไปว่าสิ่งสำคัญที่ลูกต้องทำให้ได้ก่อนเข้าโรงเรียนนั้น มีความสำคัญมากแค่ไหน เพราะเป็นการกำหนดขอบเขตในสิ่งที่ลูกต้องทำให้ได้เพื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนได้อย่างมีความสุขและที่สำคัญไม่เป็นภาระของครูมากเกินไป การเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน เตรียมความพร้อม ก่อนลูกเข้าโรงเรียน การเลิกดื่มนมจากขวดนมอย่างเด็ดขาด  เด็กควรเลิกดื่มนมจากขวดนมอายุไม่ควรเกิน 12 เดือน หรืออายุ 1 ปี เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่างๆทางด้านร่างกายเช่น ปัญหาของฟันผุ ปัญหาฟันหน้าที่ยื่นออกมา  และเมื่อลูกต้องไปโรงเรียนลูกจะสร้างภาระให้กับคุณครูและพ่อแม่ที่ต้องยุ่งยากในการเตรียมขวดนม ล้างขวดนม และผสมนมให้ลูกดื่ม หากพ่อแม่ฝึกให้ลูกเลิกดื่มนมจากขวดตั้งแต่อายุ1ปีได้  เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียนพ่อแม่กับคุณครูก็จะไม่มีความยุ่งยากเลย และลูกก็จะมีสุขภาพฟันที่ดีด้วย การเข้าห้องน้ำด้วยตนเองได้ การเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกทำได้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน เพราะการปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเรื่องที่ลูกน้อยต้องปฏิบัติให้ได้ด้วยตนเองในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หากพ่อแม่ฝึกลูกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองในห้องน้ำได้ จึงเป็นผลดีที่จะทำให้ลูก ไม่ต้องฉี่ใส่ชุดนักเรียน แต่ยังมีพ่อแม่บางคนยังให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาโรงเรียน เพราะไม่มีการฝึกลูกในการเข้าห้องน้ำ ลูกก็จะไม่สามารถเข้าห้องน้ำเองได้เลยนอกจากจะพบกับสภาพที่อับชื้นที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกแล้วยังทำให้พ่อแม่ต้องเสียเงินซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปอยู่ตลอดอีกด้วย    ลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย จะไม่สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเองได้ ลูกจะติดอยู่กับการฉี่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหมือนเดิม จะเป็นการสร้างภาระให้ครูที่ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้กับเด็กตลอดเวลาอีกด้วย การรับประทานอาหารด้วยตนเอง การรับประทานอาหารด้วยตนเองเป็นเรื่องพื้นฐานที่พ่อแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่อยู่ในบ้านเช่นกัน เพราะเด็กจะชื่นชอบการนั่งรับประทานอาหารและชื่นชอบการใช้มือจับอาหารเข้าปากที่สุด  การฝึกให้เขาได้เรียนรู้การรับประทานอาหารตั้งแต่อายุ 1 ขวบ...

02 Dec2019December 11, 2019
Post
วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

วิธีการแก้ปัญหาเด็ก ไม่อยากไปโรงเรียน ในสิงคโปร์ ที่กำลังเผชิญอยู่

ผู้ปกครองบางคนในสิงคโปร์อาจสงสัยว่าทำไมลูกของพวกเขาจึง ไม่อยากไปโรงเรียน ลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ว่าคุณจะช่วยสนับสนุนเขามากแค่ไหนก็ตาม หากสิ่งนี้มีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียนในทุกๆเช้า คุณต้องถามตัวเองและลูกว่า ทำไม? คุณเป็นเช่นนี้หรือไม่? ต้องทะเลาะกับลูกน้อยหรือมีความลำบากใจเมื่อต้องพาเขาไปโรงเรียน? ลูกของคุณร้องงอแงไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลและขอให้แม่อยู่ด้วยหรือไม่? แต่คุณเองก็ต้องไปทำงาน แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ? ทำไมลูกของคุณ ไม่อยากไปโรงเรียน เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ หาสาเหตุของปัญหา 1. การเจ็บป่วย หากลูกของคุณตื่นขึ้นมาบ่นว่าพวกเขาไม่อยากไปโรงเรียน ลูกคุณรู้สึกไม่สบายหรือไม่? ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านหากคุณรู้สึกไม่สบาย นี่อาจเป็นสาเหตุที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลก็เป็นได้ ดังนั้นควรเชคกับลูกให้ดีก่อนว่าลูกของคุณมีไข้หรือไม่? เจ็บคอหรือไม่ เขามีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือไม่? มีอาการคัดจมูกหรือมีอาการไอหรือไม่? ความจริงที่ว่าลูกไม่อยากให้แม่ทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร แต่ประเด็นคือว่า ทำไมเขาไม่อยากถูกทิ้งไว้ การหาสาเหตุที่แท้จริงคือวิธีที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและคุณก็จะได้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ ดังนั้นถ้าลูกไม่อยากไปโรงเรียนเพราะสาเหตุว่าไม่สบาย 100% ก็ให้เขาพักผ่อนให้อยู่บ้าน 2. ความเหนื่อยล้า ถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ว่า: ลูกได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอหรือไม่? เขานอนหลับฝันดีไหม? ความจริงก็คือ เด็กที่เหนื่อย คือ เด็กที่ตื่นตัวอยู่เสมอ  การให้ความสำคัญในการสร้างกิจวัตรก่อนนอนในเชิงบวกที่ช่วยให้มั่นใจว่านอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อคืนอย่างเพียงพอ 3. ความกลัว ดูเหตุผลอันลึกซึ้งเมื่อลูกของคุณไม่อยากไปโรงเรียน: ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนหรือไม่? โดยปกติแล้วเด็กที่ไม่มีปัญหาเรื่องการไปโรงเรียน แต่บางครั้งอาจเจอปัญหาอะไรบางอย่างที่ทนต่อการร้องไห้ไม่ได้ และไม่มีเหตุผล งานนี้คุณต้องหาว่าเหตุผลนั้นคืออะไร ลูกกลัวเด็กคนอื่นที่โรงเรียนหรือไม่? เด็กอันธพาลที่เที่ยวแกล้งคนอื่นมีได้ทุกรูปแบบและเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยของเด็ก อาจเจอการขู่และแกล้งของเด็กอื่น จนทำให้พวกเขากลัวได้ แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นจริงในโลกของเรา ให้คุณพูดคุยกับครูที่ดูแลเด็กเพื่อให้พวกเขาช่วยดูแลสถานการณ์ในห้องเรียนหากต้องการตรวจสอบว่าการรังแกเป็นต้นเหตุของความกลัวของเด็กหรือไม่ให้ถามคำถามทางอ้อมที่จะสร้างโอกาสให้ลูกของคุณแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา ลูกของคุณกลัวที่จะไปโรงเรียนอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่เธออยู่ที่โรงเรียน’บางสิ่งบางอย่าง’ นี้อาจเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อไปนี้ แต่ไม่จำกัดเพียง: เด็กคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือประสบกับการจับกุหรือการทำร้าย โรงเรียนต้องปิดตัวลงเพื่อความปลอดภัย ก่อนอื่น แก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของความวิตกกังวลของลูกเท่าที่คุณทำได้ก่อน เมื่อคุณได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว...

28 Nov2019December 11, 2019
Post
ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในภายหลังในชีวิต ด้วยความคิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องระวังสัญญาณเตือนและแทรกแซงทันเวลาเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง หากเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยนิสัยที่ไม่ดี พวกเขาก็จะโตมากับความก้าวร้าวรุนแรง  นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เมื่อเราพูดถึงวิธีการแก้ไข ปัญหานิสัย ที่ไม่ดีในเด็กเล็ก ปัญหาพฤติกรรมนิสัยที่ไม่ดีมีลักษณะอย่างไร?? นิสัยจะเกิดขึ้นเมื่อเราย้ำพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็กอาจเกิดจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ นิสัยสามารถก่อให้เกิดพฤติกรรมครอบงำซึ่งควรได้รับการปฏิบัติโดยแพทย์หรือนักจิตวิทยา นิสัยที่ไม่ดีในเด็กเล็ก นิสัยที่ไม่ดีบางอย่างในเด็กเล็กอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และชีวิตครอบครัว 1. ปล่อยให้ลูกกินขนมกรุบกรอบ ขนมหวาน อาหารที่ไม่มีประโยชน์มากไป ผู้ใหญ่ทุกคนรับรู้ได้ว่าอาหารชนิดไหนมีคุณค่าและมีประโยชน์สำหรับเด็ก การปล่อยให้ลูกกินขนมไม่มีประโยชน์ ของทอด ของมัน ๆ เช่น มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต ไอศกรีม ขนมที่มีรสหวาน ในปริมาณที่มากเกินไป หรือเอาใจให้ลูกกินทุกวันจะเป็นการทำร้ายสุขภาพร่างกายของลูกโดยไม่รู้ตัว การกินอาหารขยะเป็นนิสัยที่ไม่ดีที่พบได้บ่อยในทุกวันนี้ อันที่จริงมีเด็กที่ไม่ต้องการกินอะไรนอกจากอาหารจานด่วน ผลของนิสัยนี้คือโรคอ้วนในเด็กและความดันโลหิตสูงเป็นต้น เด็กบางคนเลือกกินอาหาร จะกินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด และบางคนยังเลือกกินแต่ของไม่มีประโยชน์เสียอีก ทำให้คุณต้องเครียดกลัวลูกจะได้รับสารอาหารไม่ครบในแต่ละมื้อ เพื่อให้ลูกน้อยหากจากนิสัยนี้ ให้เตรียมสูตรอาหารที่มีอาหารหลากหลายชนิดและดึงดูดความสนใจของลูก 2. ปล่อยให้ลูกกินหน้าทีวี การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารหน้าทีวีอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น สมองของเด็กที่มุ่งเน้นไปที่รายการทีวีโปรดของพวกเขาไม่ได้รับข้อความเมื่อพวกเขาเต็มทำให้นำไปสู่การกินมากเกินไป นอกจากนี้ช่วงบ่ายควรเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้นั่งคุยกันและพูดคุยเกี่ยวกับวันของพวกเขา “ เด็กเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง ถ้าเด็กใช้เวลากับคนที่มีนิสัยไม่ดี เขาหรือเธอก็จะมารับพวกเขาเช่นกัน” 3. พูดจาหยาบคาย  อาจเป็นเพราะได้ยินพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดไม่ได้ระมัดระวังคำพูด เลยทำให้ลูกจำและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เมื่อพวกเขาอยู่นอกบ้านเด็ก ๆ จะพูดคำหยาบต่อหน้าครูและผู้ใหญ่คนอื่น...

04 Nov2019November 4, 2019
Post
TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

TIME OUT(การขอเวลานอก) วิธีการลงโทษลูก แบบสงบแต่สยบลูกน้อยอย่างได้ผล

วิธีการลงโทษลูก มีหลากหลายวิธี ยิ่งในปัจจุบันไม่ควรลงโทษด้วยวิธีการตี การดุว่าอย่างแรง เพราะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรุนแรงให้แก่เด็ก แล้วจะมีวิธีการทำโทษที่ไม่ตี ไม่ดุว่าแต่ได้ผลสยบเจ้าหนูได้บ้างไหมนะ Time out (การขอเวลานอก)  เป็นวิธีการที่ตอบโจทย์นี้ได้ นี่คือเคล็ดลับ วิธีการลงโทษลูก บางส่วนจาก American Academy of Pediatrics เด็กในวัยใดสามารถใช้วิธี Time out (การขอเวลานอก) ได้ 1. เตือนลูกก่อน ” ถ้าลูกไม่หยุด ลูกจะต้อง Time out (การขอเวลานอก)” ตามที่ตั้งกฏไว้ 2. ตั้งชื่อพฤติกรรมนี้ ( เช่น “ไม่ตี” ) 3. ให้ลูกของคุณไปยังสถานที่ที่เงียบสงบ เช่น มุมห้อง ที่ไม่ใช่ห้องนอนหรือห้องเด็กเล่น 4. เริ่มจับเวลา 1 นาทีสำหรับแต่ละปี ตัวอย่างเช่น: สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 2 นาที สำหรับ เด็กอายุ 3 ขวบ ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 3...

22 Aug2019September 12, 2019
Post
แนะนำ วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า วิธีหย่านม เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ

แนะนำ วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า วิธีหย่านม เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ

การ หย่านมลูก ไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะลูกเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีผลกลับต่อตัวแม่เช่นเดียวกัน ซึ่ง guidmama จะมาแนะนำ วิธีหย่านม วิธีให้ลูกเลิกดูดเต้า เทคนิค หย่านมลูก ง่ายๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบมาก ทั้งต่อแม่และลูกน้อย

08 Aug2019August 8, 2019
Post
การนอนของทารก แรกเกิด สิ่งที่ คุณแม่ มือใหม่ ต้องรู้ หาก ทารกนอนหลับไม่สนิท

การนอนของทารก แรกเกิด สิ่งที่ คุณแม่ มือใหม่ ต้องรู้ หาก ทารกนอนหลับไม่สนิท

การนอนของทารก เด็กทารก ก็ต้องการ การนอนหลับพักผ่อน อย่างเพียงพอ เมื่อ ทารกนอนหลับไม่สนิท พ่อ แม่ มือใหม่ ควรทำอย่างไร วันนี้ คู่มือแม่ guidemama จะมาแนะนำเคล็ดลับ การนอนของทารกแรกเกิด มาให้ได้ศึกษากัน

14 Jul2019July 14, 2019
Post
อินเตอร์เน็ต ดีอย่างไร มี ประโยชน์ สำหรับ เด็ก จริงหรือไม่

อินเตอร์เน็ต ดีอย่างไร มี ประโยชน์ สำหรับ เด็ก จริงหรือไม่

อินเตอร์เน็ต ดีอย่างไร มี ประโยชน์ สำหรับ เด็ก จริงหรือไม่ วันนี้เราจะมา แนะนำ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ทุกท่าน สอน ลูกน้อย ท่อง อินเตอร์เน็ต อย่าง ปลอดภัย พร้อม คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการใช้อินเตอร์ในเด็ก ความเสี่ยง ที่ลูกได้รับเมื่อติดจอมากเกินไป

26 Jun2019June 27, 2019
Post
สอนลูก นั่งคาร์ซีท เดินทาง ให้เด็กๆ นั่ง carseat อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องยาก

สอนลูก นั่งคาร์ซีท เดินทาง ให้เด็กๆ นั่ง carseat อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องยาก

วิธีที่ดีที่สุด ในการป้องกัน อุบัติเหตุ กับ เด็ก คือ การดูแล ให้เด็ก นั่ง carseat อย่างถูกต้อง ยับยั้ง พวกเขาในขณะเดินทาง ด้วยรถยนต์ ต้อง นั่งคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัย ซึ่ง คาร์ซีทแต่ละช่วงอายุ ควรใช้ให้เหมาะสม กับก่อนเดินทาง

18 Jun2019June 18, 2019
Post
ประโยชน์ และ ความสำคัญ ของ การอ่านหนังสือ ให้ ลูกน้อย ฟัง

ประโยชน์ และ ความสำคัญ ของ การอ่านหนังสือ ให้ ลูกน้อย ฟัง

การอ่านหนังสือ ให้ ลูกน้อยของคุณ ฟัง เป็นกิจกรรม ที่ พ่อ แม่ ไม่ควรมองข้าม เพราะนั่น ถือได้ว่าเป็น ช่วงเวลาที่พิเศษของคุณ กับลูกน้อย เลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้ เราก็จะมาบอกเล่าถึง ประโยชน์ และ ความสำคัญ ของ การอ่านหนังสือให้ลูกน้อยฟัง ว่ามีประโยชน์มากมายเพียงใด

  • 1
  • 2